Kanitta's profileMatangPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    March 30

    พื้นที่เล็กๆ

     
    จะต้องถอนใจ อีกสักเท่าไร
    โลกแห่งความเป็นจริง ไม่เคยเป็นอย่างใจ
    วันและคืนเปลี่ยนหมุน ให้เราวิ่งตามเรื่อยไป
    โตแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไป

    การเป็นผู้ใหญ่ มันไม่ง่ายเลย
    มันไม่คุ้นไม่เคย ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อยใจ
    ไม่มีเวลาเหลือ ไว้ฟังไว้คิดถึงใคร
    ตแล้ว ต้องทำอย่างไร

    เมื่อนาฬิกาในชีวิตหมุนเร็วกว่าใจ
    จนตัวเราเองอาจหล่นหาย
    เมื่อเด็กคนหนึ่งที่อยู่ในใจ เขาไปไหน
    ทำไมวันนี้เขาหายไปจากเรา

    ขอพื้นที่เล็กๆให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม
    ในวันนึงเท่าไร ก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า
    ให้ความสดใส ยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป
    แค่เพียงอยาก ขอพื้นที่เล็กๆนี้ยังเป็นเด็กไปนานๆ
    ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้
    โลกแห่งความจริง มันจะดีหรือร้าย
    เก็บความเป็นเด็กในหัวใจ เอาไว้

    ตรงขอบฟ้านั้น มีรุ้งพาดผ่าน
    เมื่อความจริงความฝันได้มาบรรจบกัน
    ที่ดินแดนแห่งนั้น เด็กน้อยคนหนึ่งกับฉัน
    จูงมือเดินไปด้วยกัน

    เมื่อนาฬิกาในชีวิตหมุนเร็วกว่าใจ
    จนลืมว่าเราเคยเป็นใคร
    อย่าลืมเด็กน้อย ทิ้งปล่อยเขาคอยอยู่เดียวดาย
    ได้ยินใช่ไหมเสียงนั้นที่เรียกเรา

    ขอพื้นที่เล็กๆให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม
    ในวันนึงเท่าไร ก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า
    ให้ความสดใส ยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป
    แค่เพียงอยาก ขอพื้นที่เล็กๆนี้ยังเป็นเด็กไปนานๆ
    ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้
    โลกแห่งความจริง มันจะดีหรือร้าย
    เก็บความเป็นเด็กในหัวใจ จะอยู่กับฉันตลอดไป
     
    March 25

    ทำไมหัวใจถึงเอียงซ้าย?

     
           เคยอ่านForward mail ที่ใครซักคนนึงส่งมาให้ เค้าถามว่า
                         ทำไมหัวใจเราถึงเอียงซ้าย?
               อวัยวะในร่างกายที่มี 2 ชิ้น เช่น มือ แขน ขา หู ตา 
                          ต่างก็มีซ้าย-ขวาเท่ากัน
             อวัยวะที่อยู่โดดๆก็จะอยู่ตรงกลาง เช่น ปาก จมูก สะดือ..
                         แล้วทำไมหัวใจถึงอยู่ซ้าย?
            อาจจะเป็นเพราะใครบางคนคงอยากจะเตือนให้เรารู้ว่า..
                   หัวใจเราไม่หนักแน่นพอที่จะอยู่ตรงกลาง
               แล้วก็มีไม่มากพอที่จะแบ่งเป็นสองด้วยเหมือนกัน
    ปล. อ้าว..ถ้างั้น..แล้วทำไมไส้ติ่งถึงอยู่ทางขวาล่ะ?..55 
     
    ปล.(again) ขอบใจนะสำหรับคำอวยพรดีๆที่ส่งให้กันในวันธรรมดาๆวันนึงที่แสน
    พิเศษ...21 มีนาคม ขอบใจจริงๆนะ
    February 21

    ระบายใจ

     
    กำลังใจที่หล่นร่วงไป
    รีไซเคิลใหม่ได้
    เก็บกวาดมากองไว้
    เรียนรู้ความเป็นไป
    เป็นปุ๋ยหัวใจครั้งใหม่...ให้เติบใหญ่ไม่อ่อนแอ
     
     
    February 15

    รักแท้หรือแค่เหงา...

     
    เธอมองฉันมาเติมเต็มอีกครึ่งในใจ
    หรือแค่คบไว้ไปวันๆ อยากให้เธอลองมองหน้ากัน
    บอกให้แน่ใจ เธอตีความคำว่ารักไว้ยังไง

    ปล. บางที่เธออาจจะแค่เหงา...รึป่าว
    February 14

    วันพิเศษของใครหลายๆคน

     
    May the perfect love be yours on Valentine's day and always...
     
     
     
    ปล. สำหรับแตงค์ไม่ได้ต้องการของชิ้นไหนใดๆทั้งนั้น แค่ใครซักคนที่พร้อมอยู่เคียงข้างอยู่ดูแลกันตลอดไป..ก็พอ
    February 11

    ...

     
     
                         I'm tired!
     
     
                 เหนื่อยจัง...
    February 08

    เปิ้ลนะเปิ้ล!

     
    โดนเต็มๆเลยนะเรา..เฮ้อ..เผาตัวเองชัดๆ! มารู้จักแตงค์เพิ่มอีกนิดล่ะกันเนาะ
     
    5 ข้อที่อาจไม่มีใครคาดคิดว่าแตงค์จะเป็น
     
    1. ไม่ได้โหดร้ายนะ : ใครจะรู้ว่าแตงค์อ่ะ ชอบไปยิงนก ตกปลา( พี่ชายยิง แต่แตงค์อ่ะดู ซักพักวิ่งหายไป พี่ชายนึกว่าน้องปอดแหก บอบบาง ที่ไหนได้ แตงค์วิ่งไปเก็บนกกลับบ้านแล้วชวนน้องสาวมาทำหลุมศพตกแต่งให้สวยงาม...พี่ชายอึ้ง!) ทั้งดูไก่ชน แม่วัวคลอดลูก(ซึ้งอ่ะ..แม่วัวน้ำตาไหลด้วย สงสารเลยไม่กินเนื้ออีกเลย เป็นเวลาจะ 10 ปีแล้ว) ดูเค้าฆ่าหมู (ตั้งแต่เอาไม้ทุบหัวเลยนะ) ฆ่าไก่ (ตั้งแต่เอามีดเชือดคอ ไม่ก็จะฟาดกับเสา) ฆ่าปลาไหล (ลุงชอบทำอาหาร แล้วชอบเป็นลูกมือไง..แต่ไม่กินนะ) เป็นไงล่ะ...ดูโหดๆแต่ก็อ่อนโยนนะ
     
    2. คืนก่อน Christmas : เพราะต้องการจะSurpriseและทำให้น้องเชื่อว่าลุงซานต้ามีจริง(ที่โรงเรียนเป็นโรงเรียนคริสต์อ่ะนะ) ก็เลยบอกให้น้องเอาถุงเท้าไปห้อยไว้หน้าบ้าน พรุ่งนี้ต้องมีของขวัญแน่ๆ แตงค์ก็จัดการแอบออกไปซื้อปีโป้ตอน 2 ทุ่มกว่า ปรากฏกลับมาบ้านโดนตีเลย ถามว่าไปไหนก็ไม่บอก(เห็นเป็นขนมยิ่งไม่ต้องพูดเลย..โดนอยู่แล้ว ก็แตงค์ชอบเอาลูกอมซ่อนไว้ใต้หมอน แล้วแอบชวนน้องกินก่อนนอนอ่ะ..55) มือกอดอก โดนฟาดด้วยก้านมะยมซะ แล้วไม่รู้เป็นไง ทุกครั้งที่โดนทำโทษ ต้องไหว้ขอบคุณทุกครั้ง " ขอบคุณจ๊ะ" ทั้งที่น้ำตานี่ไหลพรากๆ นี่แหละน่ะ..พี่สาวที่แสนดี(หรือป่าวเรา)
     
    3. ชีวิตเด็กๆ : จริงๆแล้วแตงค์(จากคำบอกเล่าของคุณครูและแม่)แตงค์จะไม่งอแง ร้องไห้ตามพ่อแม่ จับอยู่ไหนก็อยู่นั่น แต่ให้หลับจะไม่หลับ ชอบลุกขึ้นมานั่งดูคุณครูให้ดาวในสมุดเพื่อนๆ ไม่ฉี่รดที่นอนหรือกางเกง ให้อะไรก็ขอบคุณ จะซื้ออะไรก็ต้องถามแม่ว่า "คุณแม่มีตังค์มั๊ย แตงค์อยากได้อันนี้" ทั้งหมดเรื่องจริง แต่มีนิดนึงไม่จริง ก็ตอนไปรับปริญญาพี่ที่มช.น่ะซิ ตอนนั้นก็ ประมาณ 10 ขวบแล้วอ่ะนะ ระหว่างทางปวดฉี่มาก แต่ไม่บอกใครไง พอถึงตลาดทุ่งด่านเกวียนแถวลำปาง หาห้องน้ำก่อนเลย ปรากฏจ่ายตังค์เสร็จแล้ว ยืนฉี่ราดอยู่หน้าห้องน้ำซะงั้น...55
     
    4. รถเมล์ : จากสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าเราจำเป็นต้องนั่ง แต่เมื่อมาทำงานที่กรุงเทพแล้ว หนีไม่พ้นรถเมล์จนได้ หลังจากสอบถามเพื่อนๆมาพอสมควร วันแรกของการไปทำงานไอ้แตงค์เล่นลงรถเมล์ก่อนเลยหนึ่งป้าย เดินอย่างไกล..55 ต่อมาด้วยความประหยัดจะกลับแพร่ แทนที่จะนั่งแท็กซี่ไปลงหมอชิตร้อยกว่าบาท แตงค์เลยขอนั่งปอ.145 ไปลงสุดสายปลายทางที่สถานีเลย พอขึ้นรถปุ๊บ โอโห...คนตรึมเลย แต่ละคนมีกระเป๋าเดินทางทั้งนั้น ได้นั่งหลังสุดด้วย (ดีนะที่แอร์เย็น ไม่งั้นคงได้เมารถก่อนเดินทางแน่ๆ)และด้วยความรอบคอบก็ถามเด็กผู้ชายวัยรุ่นข้างๆว่า"รถจอดที่สถานีเลยหรือป่าวค๊ะ" น้องตอบ"ใช่พี่ ถึงสถานีขนส่งข้างในเลย" เป็นไงล่ะ..อุ่นใจซะ ขับผ่านสถานีรถไฟฟ้า เข้าไปกลับรถข้างในที่ๆมีรถเมล์จอดเต็มเลย เย้! ถึงแล้วแน่ๆ ซักพักรถจอด คนลงตรึมเลย ด้วยความที่อยู่ข้างหลัง ก็เลยลงท้ายสุด พอลงปุ๊บ ก็ได้ยินเสียงเด็กผู้ชายตะโกนตามมา " พี่ๆ นี่ยังไม่ถึงขนส่งเลยนะ" สรุปต้องจ่ายค่าแท็กซี่อีก มิเตอร์ยังไม่ขยับด้วยซ้ำ แป็บเดียวเองอ่ะ ถึงขนส่งล่ะ...ฮาตัวเองจริงๆ..55
     
    5. หาว : งงกันล่ะซิ..55 ก็มีอยู่ปีนึงป.5-6 นี่แหละมั้ง กลับจากลอยกระทงมา+ดูขบวนแห่ด้วย ซึ่งดึกม้ากก อากาศก็เย็นมากๆ ถึงห้องปุ๊บก็ง่วงนอน...หาวเลย ไม่พอบิดขี้เกียจด้วย ปรากฏว่ากรามค้างซิคะ หุบไม่ลง วิ่งไปห้องแม่ แม่ช่วยตบๆซักพักดัง "ป็อก" โอเค ลงแล้ว..ถือว่าโชคดีนะเนี๊ยะ ไม่งั้นต้องได้ไปหาคุณหมอที่รพ.แน่ๆ จากนั้นมา แตงค์ไม่เคยหาวแล้วไม่เอามือปิดปากอีกเลย..มันน่ากลัวม้ากกก..จริงๆนะ
     
    เป็นไงล่ะ..รู้จักแตงค์มากขึ้นยัง..55..เปิ้ลนะเปิ้ล
     
    February 05

    Just say!

     
    หากว่าคุณมีคนที่รักที่สุด
    บอกกับเค้าทุกวันว่ารักที่สุด
    บอกกับเค้าทุกเช้าที่ตื่นได้ไหม
    อยากให้เค้าเป็นบ้านของหัวใจที่มีความหมาย
    รักและคอยห่วงใยอยู่ตรงนี้และตลอดไป...
    February 03

    เป็นไรมากป่าวเนี๊ยะ!

     
     เฮ้อ..ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นไร ช่วงนี้มีแต่อะไรก็ไม่รู้..วุ่นวาย...เงียบเหงา
     คงเพราะคนคุ้นเคยต้องห่างกายมั้ง
     
          พี่รุ้ง   => กลับมาเร็วๆนะ คิดถึงอ่ะ...ทำงานไม่สนุกเหมือนเคย
          พี่เจษ => กลับมาแวะหาแตงค์(น้องสาวคนนี้)บ้างนะ...
     
                                                             (มาร์)แตงค์
                
    January 23

    นางฟ้าคนเดิม!

     
     
    ความรัก..ยิ่งรักมากทุ่มเทมาก..แต่หากไม่มีความไว้ใจ+ห่วงใย+ดูแลใส่ใจกันและกันแล้ว ไม่นานรักนั้นอาจหมดไป...
    แต่มีคนๆนี้คนเดียวเท่านั้น ที่เราไม่เคยระแวงใจเลยว่าเค้าจะเลิกรักเราเมื่อไหร่...
     
    อยากบอกคุณแม่จังว่า..แตงค์รัก+คิดถึงคุณแม่ที่สุดเลย
    "ใครไม่รักลูกแม่ แม่รักของแม่ล่ะกัน"
     
    January 14

    From girl to woman.

     
    Living was much simpler when u was little; parent took responsibility for u. But now u're all grown up!
     
    In the past, if things didn't go the way u wanted them to go, u could blame ur age, ur social status or such things around u.
    But finally u'll realize that u can change such things; u're in control of ur life!
    Sure! u can talk with other people and get their advice however u must decide urself. " It 's time to face the fact"
     
    Remember! U'RE IN CHARGE OF UR LIFE!  you are, and always will be a product of your choices.
    January 11

    I'm sorry!

     
      ขอโทษนะที่(เคย)ทำให้เธอต้องเสียใจ...
    ขอโทษจริงๆ... 
     
     
    ปล.จะไม่ให้อภัยก็ได้นะ..ไม่ว่าหรอก...แต่จะงอน
     
    December 31

    คืนข้ามปี!

     
    ตื่นเต้นจัง! ขณะนี้มีการวางระเบิดทั่วกรุงเทพไปแล้ว 5 จุดแหนะ
     
    อยู่ใกล้ตัวเราเข้ามาเรื่อยๆ...ปีใหม่ปีนี้จะสนุกมั๊ยเนี๊ยะ...
     
    คนอะไรใจร้ายจัง! ไม่รู้จะก่อความวุ่นวายไปถึงไหน..เฮ้อ.. 
     
     
    By the way! อยากมีคนพิเศษ อยู่ในคืนพิเศษ (จับมือกันข้ามผ่าน) คืนสำคัญอีกคืน ที่ต้องอยู่อย่างเหงาใจ ( ที่ความเหงาคืบคลาน..หัวใจ..)

    Bonne Annee 2007

     
    Happy New Year is on its way!
     
    5
     
    4
     
    3
     
    2
     
    1
     
    0...สุขสันต์วันปีใหม่จ๊ะ...ขอให้มีความสุขกาย+สบายใจในปีนี้และปีต่อๆไปนะจ๊ะ... 
    December 19

    ?

     
     
    Why don't we be happy all the time?
    December 14

    คิดเหมือนกันบ้างมั๊ย?

     
    ตื่นตอนเช้าคิดถึงกันบ้างมั๊ย? หลับตาฝันเห็นสองเราบ้างมั๊ย?
     
    พอล่ะ...จบดีกว่า!
     
     
    December 12

    :(

     
     
     
     
     
                               
                  เหนื่อยใจจัง!!
    December 01

    what's the biggest thing in the world?

     
            เมื่อคุณครูถามเด็กอนุบาลว่า " อะไรใหญ่ที่สุดจ๊ะ"
    เด็กชายก. ตอบว่า "ต้นไม้ เพราะต้นไม้ที่บ้านต้นใหญ่เบ้อเริ่มเลย"
    เด็กหญิงข.ตอบบ้างว่า "ภูเขาซิ เพราะภูเขาใหญ่มาก มีหลายลูกด้วย"
    เด็กหญิงค." ไม่ใช่ๆ ต้องเป็นท้องฟ้าซิ กว้างใหญ่มาก อยู่ที่ไหนๆ ก็เห็นท้องฟ้าเหมือนกัน"
    เด็กชายง.ที่นั่งนิ่งฟังเพื่อนอยู่นาน ก็ยกมือตอบว่า " ตา ซิใหญ่ ถ้าเราไม่มีตา ก็มองไม่เห็นภูเขาหรือท้องฟ้าหรอก"
            ฟังแล้วคุณครูก็ได้แต่ยิ้ม.. ใช่ซินะ  ตาสามารถมองเห็นทุกสิ่งที่เด็กๆบอกว่าใหญ่ เด็กน้อยเหล่านี้มองโลก
    ได้ใสบริสุทธิ์จริงๆ แต่พวกเค้าจะรู้มั๊ยนะว่ามีสิ่งที่ใหญ่ยิ่งกว่าตา นั่นก็คือ"ใจ"
    เพราะใจสามารถมองเห็นได้มากกว่าประสาทสัมผัสทั้ง 5 เห็นในสิ่งที่ตามองไม่เห็น (จินตนาการ)
    แล้วเมื่อพวกเค้าโตขึ้นนั่นแหละ พวกเค้าจึงจะเข้าใจว่า สิ่งที่พวกเค้าคิดว่าใหญ่หรือสำคัญที่สุดนั้น
    ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา แต่สามารถรับรู้ได้ด้วยใจ...
    "On ne viot bien qu'avec le coeur; l'essentiel est invisible pour les yeux."   
    November 11

    สวรรค์และนรก

     
     
                 มีเด็กชายคนนึงอยากรู้ว่าสวรรค์กับนรกเป็นอย่างไร เค้าจึงได้อธิษฐานต่อพระเจ้า
         และแล้วคืนนึงก็มีร่างดำทะมึนมาสกิดที่ปลายเท้าของเค้า และชวนเค้าไปยังนรกและสวรรค์
         เพียงหลับตาลง ก็เหมือนมีสิ่งหนึ่งดูดเค้าให้จมไปใต้ดิน เมื่อเด็กชายลืมตาขึ้น เค้ามองเห็น
         ผู้คนกลุ่มนึงนั่งอยู่รอบโต๊ะกลม บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารชั้นดีเลิศ แต่ทุกคนกลับถูก
         มัดมือไขว้ไว้ด้านหลัง มีช้อนด้ามยาววางไว้ข้างจานสำหรับตักอาหาร ชายหญิงกลุ่มนี้แต่ละคน
         ต่างก็พยายามตักอาหารเข้าปากตัวเอง อาหารหกเลอะเทอะเต็มโต๊ะ ต่างฝ่ายต่างหงุดหงิด
         ที่ไม่สามารถตักอาหารเข้าปากตนได้ มากไปกว่านั้นยังต้องชนกระแทกเกิดการทะเลาะเบาะแว้งขึ้น
         สถานการณ์เริ่มวุ่นวายมากขึ้น...มากขึ้น เด็กชายจึงเปลี่ยนขอไปดูสวรรค์บ้าง... เมื่อมาถึงสวรรค์
         เค้าสัมผัสได้ถึงอากาศที่แสนบริสุทธิ์ สดชื่น ปลอดโปร่ง เด็กชายค่อยๆลืมตาขึ้น เค้ามองเห็นผู้คนกลุ่มนึง
         นั่งรายรอบโต๊ะกลมที่เต็มไปด้วยอาหารอันเลอเลิศ ไม่ต่างอะไรกับนรก ทุกคนต่างก็ถูกมัดมือไขว้หลังไว้เช่นกัน
         แต่ทุกคนบนโต๊ะกลับมีแต่รอยยิ้ม ต่างฝ่ายต่างตักอาหารป้อนกัน...ต่างเป็นผู้ให้และผู้รับที่ต่างก็พึงพอใจ
         อาหารไม่หกเลอะเทอะ ไม่มีอารมณ์ฉุนเฉียวไม่ต้องทะเลาะเบาะแว้งกัน มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะกัน
         อย่างสนุกสนาน...นี่ไงเล่าสวรรค์...ที่ที่ไม่ต่างอะไรกับนรก แต่สิ่งที่ต่างคือผู้คน จิตใจที่เป็นผู้ให้
         ไม่คำนึงถึงแต่ประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง เราสามารถทำทุกที่ให้เป็นสวรรค์ของเราได้ ไม่ต้องรอให้เราตายก่อน
         เพราะการที่เรารู้จักเป็นผู้ให้และเป็นผู้รับ (Give& Take)นั้น มันทำให้ใจเราเป็นสุข ไม่ต่างอะไรกับการได้ขึ้นสวรรค์เลย 

    มองต่าง...ความคิดก็เปลี่ยน

     
     
            หากมีกระดาษสีขาวหนึ่งแผ่น ตรงกึ่งกลางของกระดาษมีจุดสีดำ ถามว่าคุณมองเห็นอะไร ?
            หลายคนอาจจะมองเห็นจุดสีดำกึ่งกลางกระดาษ และมีส่วนน้อยเท่านั้นที่จะนึกถึงพื้นกระดาษสีขาวที่ว่างเปล่า 
            ถามตัวเองว่า...เราได้อะไรจากภาพนี้? คำตอบคือ...หากเราจะคบใครซักคนนึง เราไม่ควรที่จะมองในจุดด้อยของเค้า
            ซึ่งก็เปรียบเสมือนจุดสีดำนั้น เพราะเค้าคนนั้นยังมีความดีมากมายที่คุณอาจมองข้ามไป แต่หากคุณกลับเลือกที่จะตัดสินเค้า...
            ตำหนิเค้า...มองแต่ข้อเสียในตัวเค้า...อยากขอให้คุณคิดทบทวน...เปลี่ยนมุมมองใหม่และเปิดใจให้กว้าง...
            แล้วคุณจะพบว่ามองพื้นกระดาษสีขาว...ใจเราจะสบายขึ้น
                                     
                                    เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา
                                    จงเลือกเอาส่วนดีเขามีอยู่
                                    เป็นประโยชน์โลกบ้างยังน่าดู
                                    ส่วนที่ชั่วอย่าไปรู้ของเขาเลย
                                   
                                    จะหาคนมีดีโดยส่วนเดียว
                                    อย่ามัวเที่ยวค้นหาสหายเอ๋ย
                                    เหมือนเที่ยวหาหนวดเต่าตายเปล่าเลย
                                    ฝึกให้เคยมองแต่ดีมีคุณจริง
     
                                                    ท่านพุทธทาส ภิกขุ